สาระน่ารู้

ระบบสปริงเกอร์ vs ระบบน้ำหยด เลือกแบบไหนดี ?

-
ผู้เข้าชม 92

เกษตรกรและเจ้าของสวน ต้องรู้ !! เพราะการเลือกระบบที่เหมาะสมย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพของสวนโดยตรง และน้ำเป็นทรัพยากรสำคัญ ดังนั้นการจัดการน้ำด้วยระบบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดถือเป็นเรื่องที่ควรให้ความสนใจมากที่สุด

ระบบสปริงเกอร์ vs ระบบน้ำหยด ทำความรู้จักก่อนตัดสินใจ

  • ระบบสปริงเกอร์เป็นระบบที่ให้น้ำแบบฝอยละอองผ่านหัวสปริงเกอร์ เหมาะกับพื้นที่กว้าง

  • ระบบน้ำหยดคือน้ำถูกปล่อยออกมาทีละหยดโดยตรงที่รากของพืช ทำให้ประหยัดน้ำและเหมาะกับพื้นที่จำกัดหรือพืชที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ

ระบบสปริงเกอร์ vs ระบบน้ำหยด วิเคราะห์จากชนิดพืชและขนาดพื้นที่

          การเลือกระหว่างระบบสปริงเกอร์กับระบบน้ำหยดควรพิจารณาจาก

ชนิดพืช

        ระบบสปริงเกอร์ : ผักใบเขียว สนามหญ้า หรือพืชไร่บางชนิด​

        ระบบน้ำหยด : พืชสวน ผลไม้ หรือพืชในกระถาง​

ขนาดพื้นที่ หากพื้นที่กว้าง มีน้ำเพียงพอ การเลือกใช้ระบบสปริงเกอร์อาจเหมาะสมกว่า แต่หากต้องการประหยัดน้ำสูงสุดและมีพื้นที่เล็ก ระบบน้ำหยดคือคำ ตอบที่ลงตัวที่สุด

  • แรงดันน้ำที่เหมาะสมสำหรับ ระบบสปริงเกอร์ vs ระบบน้ำหยด

  • แรงดันที่เหมาะสมของระบบสปริงเกอร์ประมาณ 2-4 บาร์ (20-40 เมตรน้ำ) โดยทั่วไปนิยมใช้อยู่ที่ประมาณ 3 บาร์ เพื่อให้หัวสปริงเกอร์สามารถกระจายน้ำได้ไกลและสม่ำเสมอ หากแรงดันต่ำเกินไป สปริงเกอร์จะพ่นน้ำไม่ทั่วถึงหรือระยะพ่นสั้น แต่หากแรงดันสูงเกินไป น้ำจะกลายเป็นละอองฟุ้งกระจาย หรืออาจทำให้อุปกรณ์สึกหรอเร็วขึ้น

  • แรงดันที่เหมาะสมระบบน้ำหยด อยู่ในช่วงประมาณ 0.8-1.5 บาร์ (8-15 เมตรน้ำ) นิยมใช้ประมาณ 1 บาร์ ระบบน้ำหยดต้องการแรงดันที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากปล่อยน้ำออกมาอย่างช้าๆ เป็นหยดหรือเป็นสายเล็กๆ หากแรงดันสูงเกินไปอาจทำให้ท่อและข้อต่อเกิดความเสียหาย หรือน้ำหยดออกมามากเกินความจำเป็น

ระบบสปริงเกอร์ vs. ระบบน้ำหยด แบบไหนลดวัชพืชได้ดีกว่ากัน?

ระบบสปริงเกอร์

  • การกระจายน้ำเป็นวงกว้าง : สปริงเกอร์จ่ายน้ำโดยการพ่นกระจายเป็นละออง ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ทำให้ดินรอบๆ ที่ไม่ได้ปลูกพืชหลักเปียกชื้น และเอื้อต่อการงอกของเมล็ดวัชพืช

  • การรดน้ำที่ผิวดิน : น้ำจากสปริงเกอร์ตกกระทบผิวดินโดยตรง ส่งผลให้วัชพืชที่อยู่ตื้นๆ หรือที่เมล็ดร่วงหล่นมางอกได้ง่ายขึ้น

เปรียบเทียบกับระบบน้ำหยด

  • ระบบน้ำหยดจะปล่อยน้ำออกตรงบริเวณรากของพืชโดยเฉพาะ พื้นที่โดยรอบแห้งกว่า ลดโอกาสวัชพืชงอก

  • การใช้น้ำหยดยังช่วยควบคุมพื้นที่ชุ่มชื้นได้ดีกว่า ลดพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของวัชพืชลงอย่างชัดเจน

ดังนั้น หากพื้นที่ที่มีปัญหาวัชพืชมาก การเลือกใช้ระบบน้ำหยดอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการใช้ระบบสปริงเกอร์

ต้นทุนของระบบสปริงเกอร์ vs ระบบน้ำหยด เลือกแบบไหนดี

             ด้านต้นทุนคือปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ระบบสปริงเกอร์จะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสูงกว่า เพราะต้องเดินระบบท่อ หัวสปริงเกอร์ และปั๊มน้ำที่มีกำลังสูง ในขณะที่ระบบน้ำหยดมีต้นทุนติดตั้งต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด และระบบน้ำหยดถือว่าช่วยประหยัดน้ำได้ดีกว่าระบบสปริงเกอร์มากถึง 40-60% จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำจำกัดหรืออยู่ในพื้นที่แห้งแล้ง

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเลือกระบบสปริงเกอร์หรือระบบน้ำหยด สิ่งสำคัญคือการวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด หากคุณสนใจหรือยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกระบบไหนดี สามารถติดต่อยิ่งมี วาณิช เพื่อขอคำแนะนำฟรี !! พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ !!

 

แชร์ให้เพื่อน

บทความน่าอ่านที่เกี่ยวข้อง